ข่าว ซามูเอล เอโต้

ซามูเอล เอโต้ : บาร์เซโลนา, มายอร์ก้าและแผนใหญ่สำหรับอนาคต


ซามูเอล เอโต้ อดีตตำนานนักเตะของบาร์เซโลนา ได้กล่าวถึงอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาในสมัยที่อยู่กับ “เบลกรานา” ทั้งตังของ อันเดรส อิเนียสต้า ว่า “ลูกเจี๊ยบ” เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยแชร์ห้องแต่งตัวด้วยกัน ตอนนี้ตัวของเอโต้มีอายุ 38 ปีแล้ว และเขาเพิ่งจะเลิกเล่น ไม่มีข้อมูลตารางฟุตบอลต่อไปอีกในชีวิตอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และตำนานดาวยิงชาวกาฬทวีปของลาลีกา เคยใช้เวลาถึงห้าฤดูกาลในฐานะเพื่อนร่วมทีมของ อิเนียสต้า ที่คัมป์นู แถมยังคว้าแชมป์ได้ 10 รายการ รวมถึงแชมป์ลาลีกา 3 สมัยและมีถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัยในช่วงเวลาที่เขาใส่เสื้อหมายเลข 9 ของบาร์เซโลนา อดีตกองหน้าทีมชาติแคเมอรูนได้กล่าวว่าการแต่งตั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ให้เป็นกัปตันทีมคนปัจจุบันของบาร์ซ่า จะทำให้ทุกอย่างนั้นง่ายดายมากกว่าเดิม และเขายังยกย่องความสามารถทางเทคนิคของ อิเนียสต้า ด้วยเช่นกันว่าตัวของมิดฟิลด์ร่างเล็กรายนี้นั้นยอดเยี่ยมมาก

“ผมแชร์ห้องแต่งตัวกับผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมากมาย” เอโต้ กล่าว “ถ้าผมต้องเลือก ผมจะพูดเลยว่าอิเนียสต้าคือคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด เขาทำให้ผมประทับใจได้ตั้งแต่วันแรก…เมสซี่มาจากดาวเคราะห์ดวงอื่นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อที่เราจะได้แยกเขาออกจากกัน แต่อิเนียสต้าทำให้ผมพูดได้เลยว่า ไอ้นี่มันเหนือมนุษย์”

เอโต้ยิงได้ 162 ประตูในลาลีกา 280 เกม และมันเป็นช่วงเวลากว่าทศวรรษที่เขาเล่นในสเปน ทั้งสำหรับ เอสปันญอล , เรอัล มาดริด , เลกาเนส , RCD มายอร์ก้า และรวมถึงสโมสรที่เขาสร้างตำนานได้อย่างบาร์เซโลนา”

“ผมรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่ผมประสบความสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็มีความสุขที่ได้พักผ่อนและเพลิดเพลินกับตัวเองกับภรรยาและลูก ๆ ของผม” เขากล่าวหลังจากเลิกเล่นฟุตบอลในเดือนกันยายน

“ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพการงานของผมคือการเดบิวต์ของผมในการเป็นนักเตะอาชีพ คุณจ้องมีความทะเยอทะยานมากมาย และดวงตาของคุณต้องเปิดออกเพื่อเตรียมรับอะไรใหม่ๆ”

เขาเกิดที่ Mkon ซึ่งเป็นย่านชานเมืองของยาอุนเด เมืองหลวงของประเทศแคเมอรูน และตัวของเอโต้ก็ได้เปิดตัวครั้งแรกในระดับทีมชาติก่อนที่เขาจะได้ลงเล่นในเกมระดับลาลีกาครั้งแรกของเขาด้วยซ้ำ โดยมันคือการลงเล่นในสีเสื้อของเรอัล มาดริดเมื่ออายุยังน้อย โดยเขามาถึงกรุงมาดริดตอนเดือนธันวาคม 1998 แต่เขากลับมามีชื่อเสียงมากขึ้นกว่าเดิมอีกครั้ง หลังจากเข้าร่วมทีมมายอร์ก้าในเดือนมกราคม ปี 2000 เขายิงไป 54 ประตูใน 128 เกมของพวกเขา และแน่นอนว่ามันเป็นผลงานที่สุดยอดสำหรับเอโต้ เขาเคยพาทีมคว้าชัยชนะ 3-0 เหนือ อูเอลบา ในรอบชิงชนะเลิศโคปา เดล เรย์ ปี 2003 อีกด้วย

ซามูเอล ชี้เป้า

“ผมไปถึงระดับสูงสุดของตัวเองเมื่อตอนอยู่ที่ มายอร์ก้า เราเป็นกลุ่มคนธรรมดาที่ต้องแข่งขันกับผู้เล่นยอดเยี่ยมที่เรอัล มาดริดและบาร์เซโลนา แต่เราทำได้ดีมาก เราภูมิใจในการปกป้องเสื้อของเราและเกาะของเรา”

ฤดูร้อนปี 2004 ชะตามันได้นำ เอโต้ มาที่บาร์เซโลนา ซึ่งเขาได้สร้างตำนานด้วยการยิงไป 108 ประตูจากการลงเล่นไป 144 นัดในช่วงเวลา 5 ปี มันทำให้เขาได้แชมป์ลาลีกาสามสมัย

“ที่บาร์เซโลนา มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปิดตาของโลกทำให้เป็นที่รู้กันว่าเด็กที่มาจากที่ที่นั้นฝีเท้าดีแค่ไหน ผมมาจากทีมที่ดี แล้วก็เมื่อได้รับโอกาสเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ผมสามารถทำได้ดีในทีมที่ดีกว่าเดิม” เขากล่าว “มันยากที่ผมจะต้องอำลามายอร์ก้า แต่เมื่อผมไปถึงบาร์เซโลนา ผมเห็นว่าเราไม่สามารถล้มเหลวได้เลย เราเป็นกลุ่มผู้เล่นที่ไม่น่าเชื่อและเราต้องชนะ มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมือนใคร เหมือนกับเรามาจากอีกกาแลกซี”

สำหรับความท้าทายใหม่ๆนั้น เอโต้ ก็ยังได้ตัดสินใจย้ายไปเล่นในอิตาลี [กับทีม อินเตอร์ มิลาน และทีม ซามพ์โดเรีย] , ลีกรัสเซีย [อันจิ], ลีกอังกฤษ [เชลซี และ เอฟเวอร์ตัน] และลีกตุรกี [อันทัลยาสปอร์ และ คอนยาสปอร์] ก่อนจบอาชีพการค้าแข้งของเขาเมื่อต้นปีที่แล้วในลีกกาตาร์กับทีม เซาท์ แคโรไลนา นอกจากนี้เขายังได้แชมป์ยแอฟริกันเนชั่นในปี 2000 และ 2002 กับทีมชาติแคเมอรูน และได้รับเหรียญทองโอลิมปิกกับทีมชาติแคเมอรูนในปี 2000 ที่ซิดนีย์อีกด้วย ตอนนี้ เอโต้ ได้เล็งเห็นถึงความท้าทายใหม่ เขาอยากที่จะได้คุมทีมลงฝึกซ้อมในระดับสูงสุดด้วย และบางทีนั้นเขาอาจจะได้กลับมาทำงานเป็นผู้จัดการของทีม ‘RCD มายอร์ก้า’ ในอนาคตก็ได้ ซึ่งตัวของเขาก็อยากจะกลับมาที่ ลาลีกา เช่นกัน ปัจจุบัน มายอร์ก้า กลับมาเล่นในลาลีกาฤดูกาล 2019/20

“ตอนนี้ผมต้องการเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายใหม่ ๆ ” เขากล่าว “ผมรักฟุตบอลมาก ดังนั้นผมก็ต้องการบางวันเพื่อให้สามารถกลายเป็นโค้ชในระดับสูงสุดได้ มันอาจเป็นโอกาส ‘ของผม’ ในการทำทีมมายอร์ก้าหรือทีมใหญ่อื่น ๆ ผมมีโชคที่จะชนะสิ่งต่าง ๆ ในฐานะผู้เล่นและผมต้องการที่จะ ทำสิ่งนั้นอีกครั้งในฐานะโค้ช”

ตำนานนักเตะบาร์ซ่า ที่ควรรู้จัก

5 ตำนานนักเตะบาร์ซ่า ที่ควรรู้จัก


ทีมฟุตบอลที่เน้นเกมรุกและสร้างสีสันให้กับแฟนบอลมาเป็นเวลานานหลายร้อยปีอย่างบาร์เซโลนา ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย พวกเขาก็จะมียอดนักเตะก้าวขึ้นมาประดับบารมีของสโมสรอยู่เสมอ อาจจะเป็นทั้งแข้งเกมรับและแข้งเกมรุกเลยทีเดียว ว่าแต่ว่าในสายตาของแฟนบอลนั้น พวกเขามองว่าใครกันแน่ที่เป็นสุดยอดนักเตะในดวงใจของพวกเขา 10 คนแรก วันนี้เราจะมาดูกัน

หลุยส์ เอ็นริเก้

“เอล ลูโช” เป็นผู้จัดการอีกคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก ด้านทักษะการจัดการทีมและความสามารถของเขาอาจจะได้รับการยอมรับอยู่บ้าง แต่เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เล่นที่เก่งกาจที่สุดคนหนึ่งของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา เขาเป็นที่รู้จักในด้านของการมีอินเนอร์และอารมณ์ร่วมในเกมค่อนข้างสูง และมีความแข็งแกร่งมากในการเล่นฟุตบอลตลอด 90 นาที และทักษะเฉพาะตัวของเขาก็ได้รับการยอมรับอย่างมาก เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะ “มิดฟิลด์ตัวบัญชาการเกม” เขาเคยเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา และเคยเล่นให้กับทีมคู่แค้นอย่าง เรอัล มาดริด มาก่อนด้วย ความกล้าบวกกล้าชนในการเล่นฟุตบอลของเขาเป็นที่รู้จักกันดีอย่างมาก พร้อมกับความสามารถในการผ่านบอลระดับอัจฉริยะของเขา และพรสวรรค์ในการทำประตูและการสร้างเกมรุก

อันโตนี รามาเญต์

หลังจากได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง ซาโมรา โทรฟี ไปมากถึง 5 ครั้งตัวของ รามาเญต์ ก็กลายเป็นผู้รักษาประตูฝีมือยอดเยี่ยมที่เล่นให้กับบาร์เซโลนามานาน เขาเป็นที่รู้จักในด้านความคล่องแคล่วและสติปัญญา เขารู้วิธีการวางตำแหน่งตัวเองในสนามเพื่อหยุดผู้เล่นเกมรุกฝั่งตรงข้าม ที่จะพยายามหลุดเข้ามายิงประตู รามาเญต์ เป็นที่รู้จักกันดีมากสำหรับความสามารถของเขาในด้านการเซฟประตู บางครั้งเขาเองก็เคยพุ่งเข้าไปสกัดบอลจากนอกเขตโทษได้ด้วยซ้ำ และยังมีความคล่องตัวในการใช้เท้าเล่นบอลด้วย รามาเญต์ เป็นผู้รักษาประตูเอนกประสงค์ มีทักษะรอบด้าน เขานำพาสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาไปสู่จุดสูงสุดได้ และศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่ของทีมเลย

เป๊ป กวาดิโอลาร์

ตัวของเป๊ปในวันนี้ อาจจะเป็นที่รู้จักในยุคสมัยสำหรับการใช้ทักษะของเขาในการบริหารจัดการทีม ตัวของเขาคือยอดกุนซือของฟุตบอลยุคนี้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเขาเคยเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนามาต้งแต่เป็นเด็ก! เขาเป็นผู้เล่นที่สร้างสรรค์เกมได้ดีจากแนวลึก และมีพรสวรรค์ในการผ่านบอลมาก และเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของบาร์เซโลนายุค “ ดรีมทีม” ซึ่งได้แชมป์ยุโรปสมัยแรกในปี 1992! นอกจากนี้ หลังจากเขาย้ายออกจากทีมไปเป็นเวลาสองสามปี ต่อมาเขาก็กลับมาเป็นผู้จัดการให้กับสโมสรอีกครั้ง และได้รับแชมป์ไปมากถึง 14 รายการในช่วง 4 ปีที่เขาทำทีม! เขาเป็นที่รู้จักในด้านสไตล์การเล่นฟุตบอลที่สร้างสรรค์ แพรวพราว ครองบอลเหนียว เล่นบอลสไตล์สวยงาม และความสามารถในการเลี้ยงบอลของเขาก็อยู่ในขั้นที่เรียกว่า “เทพ” เช่นกัน

ริวัลโด้

กองกลางตัวรุกระดับตำนานรายนี้ เป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมคู่กับ พาทริค ไคลเวิร์ต ที่ซึ่งเป็นตำนานผู้เล่นบาร์เซโลนาอีกคนหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับสโมสรบาร์เซโลนา เขาได้แชมป์ลาลีกาในปี 1998 และ 1999 เขาเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมมากที่สุดในรุ่นของเขา และเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับการเป็นตัวยิงฟรีคิกมือฉมัง เขายิงประตูได้ดีทั้งจังหวะเซ็ตเพลย์และโอเพนเพลย์ และการจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูนั้นเขาเองก็ยอดเยี่ยม เขายังเป็นที่รู้จักในเรื่องการยิงฟรีคิกไซด์โค้ง , การยิงประตูด้วยลูกยิงจักรยานอากาศ แถมมีพลังในการยิงระยะไกลด้วยเท้าซ้ายสุดทรงพลังของเขาด้วย

โยฮัน ครัฟฟ์

นี่คือตำนานนักฟุตบอลชาวเนเธอร์แลนด์ เป็นที่รู้จักกันดีในด้านของการส่งเสริมในการให้ทีมที่เขาสังกัดมาทุกทีมนั้น “เล่นเกมรุก” เขามีชื่อเสียงอย่างมากทั้งในการเป็นเทรนเนอร์และนักเตะ แน่นอนว่าเขาเคยผ่านการคว้ารางวัลบัลลงดอร์ถึง 3 สมัย คว้าแชมป์ยุโรปอีก 3 ครั้งติดต่อกัน เขาเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในด้านเทคนิคเฉพาะตัว การเล่นฟุตบอลของครัฟฟ์นั้นเน้นไปด้วยเทคนิคอันสุดสง่างาม และมีความเร็วในการเลี้ยงบอลด้วย ความคิดของเขาเกี่ยวกับฟุตบอลนั้นมีแค่อย่างเดียวก็คือการเล่นเกมรุก
แฟนบอลบาร์เซโลนาในยุค 70 จดจำช่วงเวลาของเขาได้เสมอ เขาคือราชันย์ของทีม เขาเคยพาทีมบุกไปทะลวงเรอัล มาดริดเละถึงเบร์นาเบวด้วยสกอร์ 5-0 มาแล้ว ไม่มีใครสามารถระบุได้ชัดเจนว่า ครัฟฟ์ ถนัดในการเล่นตำแหน่งไหนกันแน่ บางครั้งเขาอยู่ในตำแหน่งกองหน้าตัวกลาง บางครั้งก็ออกไปยืนริมเส้น ถอยลงต่ำมาอยู่ในแดนมิดฟิลด์ แต่ครัฟฟ์นั้นก็ได้รับการยกย่องให้เป็น ผู้เล่นเกมรุกที่สมบูรณ์แบบที่สุด เขายังเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในการทำประตูที่เหนือชั้น เขายิงประตูสวยๆได้มากมาย และช่วยทีมของเขาชนะในการแข่งขันมามากมาย ถ้วยแชมป์หลายรายการการันตีได้ถึงความสามารถของเขา เขาคิดค้นท่าพลิกบอลหลบ “ครัฟฟ์ เทิร์น” ที่นักฟุตบอลยุคนี้ได้ทำการลอกเลียนแบบท่าของเขาไปใช้จำนวนมาก

ไม่มีอะไรจะเสีย เคนลั่น ขอพาสเปอร์สบุกคว่ำบาร์ซาส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม

ไม่มีอะไรจะเสีย เคนลั่น ขอพาสเปอร์สบุกคว่ำบาร์ซาส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม


ไว้วัดกับบาร์ซาส่งท้าย “เดอะ เฮอร์ริเคน” แฮร์รี เคน ดาวยิงทีมชาติอังกฤษของสโมสร “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ส ได้กล่าวว่าพวกเขาจะขอทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้พวกเขาสามารถเข้ารอบไปได้ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก เอาไว้ในนัดสุดท้ายที่พวกเขาจะต้องเจอกับบาร์เซโลนา หลังจากที่สเปอร์ส เพิ่งเอาชนะอินเตอร์มิลาน มาได้หมาดๆในคืนที่ผ่านมานี้

สเปอร์ส จะต้องเดินทางไปยังคัมป์นู เพื่อสู้ศึกกับบาร์ซา ทีมดีกรีแชมป์ยุโรป 5 สมัยในเกมกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย และนอกจากนี้ พวกเขาต้องลุ้นกับผลของคู่อินเตอร์มิลาน ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ PSV อีกคู่หนึ่งด้วยเพื่อให้พวกเขามีโอกาสได้ลุ้นไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีก

โดยเคนได้กล่าวว่าหลังจากชนะอินเตอร์มิลาน 1-0 ว่า “มันยากที่จะเล่นนอกบ้านในเกมสุดท้ายนะ ส่วนเกมนี้ พวกเราเล่นในบ้าน แต่เราก็ยังเล่นได้ไม่ดีที่สุดเท่าไหร่นัก และเราเจอกับทีมที่ดีอย่างอินเตอร์ ดีที่เราได้โอกาสที่คุ้มค่าในการซัดประตูได้ เราเล่นได้ดีแม้ว่าเราเล่นนอกบ้านเสมอ ยิ่งเราเล่นโดยที่เราไม่เสียประตูด้วยเนี่ย มันทำให้เราสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างมากเลยนะ โดยในเกมกับบาร์เซโลนา พวกเราไม่มีอะไรจะเสีย พวกเราจะบุกไปชนะพวกเขาให้ได้”

ในเกมคืนที่ผ่านมานั้น สเปอร์ส ได้ประตูชัยจากการยิงของ คริสเตียน อีริคเซน ตัวทำเกมทีมชาติเดนมาร์ก

ไม่มีอะไรจะเสีย เคนลั่น ขอพาสเปอร์สบุกคว่ำบาร์ซาส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม