ข่าว ซามูเอล เอโต้

ซามูเอล เอโต้ : บาร์เซโลนา, มายอร์ก้าและแผนใหญ่สำหรับอนาคต


ซามูเอล เอโต้ อดีตตำนานนักเตะของบาร์เซโลนา ได้กล่าวถึงอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาในสมัยที่อยู่กับ “เบลกรานา” ทั้งตังของ อันเดรส อิเนียสต้า ว่า “ลูกเจี๊ยบ” เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยแชร์ห้องแต่งตัวด้วยกัน ตอนนี้ตัวของเอโต้มีอายุ 38 ปีแล้ว และเขาเพิ่งจะเลิกเล่น ไม่มีข้อมูลตารางฟุตบอลต่อไปอีกในชีวิตอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และตำนานดาวยิงชาวกาฬทวีปของลาลีกา เคยใช้เวลาถึงห้าฤดูกาลในฐานะเพื่อนร่วมทีมของ อิเนียสต้า ที่คัมป์นู แถมยังคว้าแชมป์ได้ 10 รายการ รวมถึงแชมป์ลาลีกา 3 สมัยและมีถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัยในช่วงเวลาที่เขาใส่เสื้อหมายเลข 9 ของบาร์เซโลนา อดีตกองหน้าทีมชาติแคเมอรูนได้กล่าวว่าการแต่งตั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ให้เป็นกัปตันทีมคนปัจจุบันของบาร์ซ่า จะทำให้ทุกอย่างนั้นง่ายดายมากกว่าเดิม และเขายังยกย่องความสามารถทางเทคนิคของ อิเนียสต้า ด้วยเช่นกันว่าตัวของมิดฟิลด์ร่างเล็กรายนี้นั้นยอดเยี่ยมมาก

“ผมแชร์ห้องแต่งตัวกับผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมากมาย” เอโต้ กล่าว “ถ้าผมต้องเลือก ผมจะพูดเลยว่าอิเนียสต้าคือคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด เขาทำให้ผมประทับใจได้ตั้งแต่วันแรก…เมสซี่มาจากดาวเคราะห์ดวงอื่นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อที่เราจะได้แยกเขาออกจากกัน แต่อิเนียสต้าทำให้ผมพูดได้เลยว่า ไอ้นี่มันเหนือมนุษย์”

เอโต้ยิงได้ 162 ประตูในลาลีกา 280 เกม และมันเป็นช่วงเวลากว่าทศวรรษที่เขาเล่นในสเปน ทั้งสำหรับ เอสปันญอล , เรอัล มาดริด , เลกาเนส , RCD มายอร์ก้า และรวมถึงสโมสรที่เขาสร้างตำนานได้อย่างบาร์เซโลนา”

“ผมรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่ผมประสบความสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็มีความสุขที่ได้พักผ่อนและเพลิดเพลินกับตัวเองกับภรรยาและลูก ๆ ของผม” เขากล่าวหลังจากเลิกเล่นฟุตบอลในเดือนกันยายน

“ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพการงานของผมคือการเดบิวต์ของผมในการเป็นนักเตะอาชีพ คุณจ้องมีความทะเยอทะยานมากมาย และดวงตาของคุณต้องเปิดออกเพื่อเตรียมรับอะไรใหม่ๆ”

เขาเกิดที่ Mkon ซึ่งเป็นย่านชานเมืองของยาอุนเด เมืองหลวงของประเทศแคเมอรูน และตัวของเอโต้ก็ได้เปิดตัวครั้งแรกในระดับทีมชาติก่อนที่เขาจะได้ลงเล่นในเกมระดับลาลีกาครั้งแรกของเขาด้วยซ้ำ โดยมันคือการลงเล่นในสีเสื้อของเรอัล มาดริดเมื่ออายุยังน้อย โดยเขามาถึงกรุงมาดริดตอนเดือนธันวาคม 1998 แต่เขากลับมามีชื่อเสียงมากขึ้นกว่าเดิมอีกครั้ง หลังจากเข้าร่วมทีมมายอร์ก้าในเดือนมกราคม ปี 2000 เขายิงไป 54 ประตูใน 128 เกมของพวกเขา และแน่นอนว่ามันเป็นผลงานที่สุดยอดสำหรับเอโต้ เขาเคยพาทีมคว้าชัยชนะ 3-0 เหนือ อูเอลบา ในรอบชิงชนะเลิศโคปา เดล เรย์ ปี 2003 อีกด้วย

ซามูเอล ชี้เป้า

“ผมไปถึงระดับสูงสุดของตัวเองเมื่อตอนอยู่ที่ มายอร์ก้า เราเป็นกลุ่มคนธรรมดาที่ต้องแข่งขันกับผู้เล่นยอดเยี่ยมที่เรอัล มาดริดและบาร์เซโลนา แต่เราทำได้ดีมาก เราภูมิใจในการปกป้องเสื้อของเราและเกาะของเรา”

ฤดูร้อนปี 2004 ชะตามันได้นำ เอโต้ มาที่บาร์เซโลนา ซึ่งเขาได้สร้างตำนานด้วยการยิงไป 108 ประตูจากการลงเล่นไป 144 นัดในช่วงเวลา 5 ปี มันทำให้เขาได้แชมป์ลาลีกาสามสมัย

“ที่บาร์เซโลนา มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปิดตาของโลกทำให้เป็นที่รู้กันว่าเด็กที่มาจากที่ที่นั้นฝีเท้าดีแค่ไหน ผมมาจากทีมที่ดี แล้วก็เมื่อได้รับโอกาสเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ผมสามารถทำได้ดีในทีมที่ดีกว่าเดิม” เขากล่าว “มันยากที่ผมจะต้องอำลามายอร์ก้า แต่เมื่อผมไปถึงบาร์เซโลนา ผมเห็นว่าเราไม่สามารถล้มเหลวได้เลย เราเป็นกลุ่มผู้เล่นที่ไม่น่าเชื่อและเราต้องชนะ มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมือนใคร เหมือนกับเรามาจากอีกกาแลกซี”

สำหรับความท้าทายใหม่ๆนั้น เอโต้ ก็ยังได้ตัดสินใจย้ายไปเล่นในอิตาลี [กับทีม อินเตอร์ มิลาน และทีม ซามพ์โดเรีย] , ลีกรัสเซีย [อันจิ], ลีกอังกฤษ [เชลซี และ เอฟเวอร์ตัน] และลีกตุรกี [อันทัลยาสปอร์ และ คอนยาสปอร์] ก่อนจบอาชีพการค้าแข้งของเขาเมื่อต้นปีที่แล้วในลีกกาตาร์กับทีม เซาท์ แคโรไลนา นอกจากนี้เขายังได้แชมป์ยแอฟริกันเนชั่นในปี 2000 และ 2002 กับทีมชาติแคเมอรูน และได้รับเหรียญทองโอลิมปิกกับทีมชาติแคเมอรูนในปี 2000 ที่ซิดนีย์อีกด้วย ตอนนี้ เอโต้ ได้เล็งเห็นถึงความท้าทายใหม่ เขาอยากที่จะได้คุมทีมลงฝึกซ้อมในระดับสูงสุดด้วย และบางทีนั้นเขาอาจจะได้กลับมาทำงานเป็นผู้จัดการของทีม ‘RCD มายอร์ก้า’ ในอนาคตก็ได้ ซึ่งตัวของเขาก็อยากจะกลับมาที่ ลาลีกา เช่นกัน ปัจจุบัน มายอร์ก้า กลับมาเล่นในลาลีกาฤดูกาล 2019/20

“ตอนนี้ผมต้องการเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายใหม่ ๆ ” เขากล่าว “ผมรักฟุตบอลมาก ดังนั้นผมก็ต้องการบางวันเพื่อให้สามารถกลายเป็นโค้ชในระดับสูงสุดได้ มันอาจเป็นโอกาส ‘ของผม’ ในการทำทีมมายอร์ก้าหรือทีมใหญ่อื่น ๆ ผมมีโชคที่จะชนะสิ่งต่าง ๆ ในฐานะผู้เล่นและผมต้องการที่จะ ทำสิ่งนั้นอีกครั้งในฐานะโค้ช”

ตำนานนักเตะบาร์ซ่า ที่ควรรู้จัก

5 ตำนานนักเตะบาร์ซ่า ที่ควรรู้จัก


ทีมฟุตบอลที่เน้นเกมรุกและสร้างสีสันให้กับแฟนบอลมาเป็นเวลานานหลายร้อยปีอย่างบาร์เซโลนา ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย พวกเขาก็จะมียอดนักเตะก้าวขึ้นมาประดับบารมีของสโมสรอยู่เสมอ อาจจะเป็นทั้งแข้งเกมรับและแข้งเกมรุกเลยทีเดียว ว่าแต่ว่าในสายตาของแฟนบอลนั้น พวกเขามองว่าใครกันแน่ที่เป็นสุดยอดนักเตะในดวงใจของพวกเขา 10 คนแรก วันนี้เราจะมาดูกัน

หลุยส์ เอ็นริเก้

“เอล ลูโช” เป็นผู้จัดการอีกคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก ด้านทักษะการจัดการทีมและความสามารถของเขาอาจจะได้รับการยอมรับอยู่บ้าง แต่เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เล่นที่เก่งกาจที่สุดคนหนึ่งของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา เขาเป็นที่รู้จักในด้านของการมีอินเนอร์และอารมณ์ร่วมในเกมค่อนข้างสูง และมีความแข็งแกร่งมากในการเล่นฟุตบอลตลอด 90 นาที และทักษะเฉพาะตัวของเขาก็ได้รับการยอมรับอย่างมาก เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะ “มิดฟิลด์ตัวบัญชาการเกม” เขาเคยเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา และเคยเล่นให้กับทีมคู่แค้นอย่าง เรอัล มาดริด มาก่อนด้วย ความกล้าบวกกล้าชนในการเล่นฟุตบอลของเขาเป็นที่รู้จักกันดีอย่างมาก พร้อมกับความสามารถในการผ่านบอลระดับอัจฉริยะของเขา และพรสวรรค์ในการทำประตูและการสร้างเกมรุก

อันโตนี รามาเญต์

หลังจากได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง ซาโมรา โทรฟี ไปมากถึง 5 ครั้งตัวของ รามาเญต์ ก็กลายเป็นผู้รักษาประตูฝีมือยอดเยี่ยมที่เล่นให้กับบาร์เซโลนามานาน เขาเป็นที่รู้จักในด้านความคล่องแคล่วและสติปัญญา เขารู้วิธีการวางตำแหน่งตัวเองในสนามเพื่อหยุดผู้เล่นเกมรุกฝั่งตรงข้าม ที่จะพยายามหลุดเข้ามายิงประตู รามาเญต์ เป็นที่รู้จักกันดีมากสำหรับความสามารถของเขาในด้านการเซฟประตู บางครั้งเขาเองก็เคยพุ่งเข้าไปสกัดบอลจากนอกเขตโทษได้ด้วยซ้ำ และยังมีความคล่องตัวในการใช้เท้าเล่นบอลด้วย รามาเญต์ เป็นผู้รักษาประตูเอนกประสงค์ มีทักษะรอบด้าน เขานำพาสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาไปสู่จุดสูงสุดได้ และศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่ของทีมเลย

เป๊ป กวาดิโอลาร์

ตัวของเป๊ปในวันนี้ อาจจะเป็นที่รู้จักในยุคสมัยสำหรับการใช้ทักษะของเขาในการบริหารจัดการทีม ตัวของเขาคือยอดกุนซือของฟุตบอลยุคนี้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเขาเคยเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนามาต้งแต่เป็นเด็ก! เขาเป็นผู้เล่นที่สร้างสรรค์เกมได้ดีจากแนวลึก และมีพรสวรรค์ในการผ่านบอลมาก และเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของบาร์เซโลนายุค “ ดรีมทีม” ซึ่งได้แชมป์ยุโรปสมัยแรกในปี 1992! นอกจากนี้ หลังจากเขาย้ายออกจากทีมไปเป็นเวลาสองสามปี ต่อมาเขาก็กลับมาเป็นผู้จัดการให้กับสโมสรอีกครั้ง และได้รับแชมป์ไปมากถึง 14 รายการในช่วง 4 ปีที่เขาทำทีม! เขาเป็นที่รู้จักในด้านสไตล์การเล่นฟุตบอลที่สร้างสรรค์ แพรวพราว ครองบอลเหนียว เล่นบอลสไตล์สวยงาม และความสามารถในการเลี้ยงบอลของเขาก็อยู่ในขั้นที่เรียกว่า “เทพ” เช่นกัน

ริวัลโด้

กองกลางตัวรุกระดับตำนานรายนี้ เป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมคู่กับ พาทริค ไคลเวิร์ต ที่ซึ่งเป็นตำนานผู้เล่นบาร์เซโลนาอีกคนหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับสโมสรบาร์เซโลนา เขาได้แชมป์ลาลีกาในปี 1998 และ 1999 เขาเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมมากที่สุดในรุ่นของเขา และเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับการเป็นตัวยิงฟรีคิกมือฉมัง เขายิงประตูได้ดีทั้งจังหวะเซ็ตเพลย์และโอเพนเพลย์ และการจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูนั้นเขาเองก็ยอดเยี่ยม เขายังเป็นที่รู้จักในเรื่องการยิงฟรีคิกไซด์โค้ง , การยิงประตูด้วยลูกยิงจักรยานอากาศ แถมมีพลังในการยิงระยะไกลด้วยเท้าซ้ายสุดทรงพลังของเขาด้วย

โยฮัน ครัฟฟ์

นี่คือตำนานนักฟุตบอลชาวเนเธอร์แลนด์ เป็นที่รู้จักกันดีในด้านของการส่งเสริมในการให้ทีมที่เขาสังกัดมาทุกทีมนั้น “เล่นเกมรุก” เขามีชื่อเสียงอย่างมากทั้งในการเป็นเทรนเนอร์และนักเตะ แน่นอนว่าเขาเคยผ่านการคว้ารางวัลบัลลงดอร์ถึง 3 สมัย คว้าแชมป์ยุโรปอีก 3 ครั้งติดต่อกัน เขาเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในด้านเทคนิคเฉพาะตัว การเล่นฟุตบอลของครัฟฟ์นั้นเน้นไปด้วยเทคนิคอันสุดสง่างาม และมีความเร็วในการเลี้ยงบอลด้วย ความคิดของเขาเกี่ยวกับฟุตบอลนั้นมีแค่อย่างเดียวก็คือการเล่นเกมรุก
แฟนบอลบาร์เซโลนาในยุค 70 จดจำช่วงเวลาของเขาได้เสมอ เขาคือราชันย์ของทีม เขาเคยพาทีมบุกไปทะลวงเรอัล มาดริดเละถึงเบร์นาเบวด้วยสกอร์ 5-0 มาแล้ว ไม่มีใครสามารถระบุได้ชัดเจนว่า ครัฟฟ์ ถนัดในการเล่นตำแหน่งไหนกันแน่ บางครั้งเขาอยู่ในตำแหน่งกองหน้าตัวกลาง บางครั้งก็ออกไปยืนริมเส้น ถอยลงต่ำมาอยู่ในแดนมิดฟิลด์ แต่ครัฟฟ์นั้นก็ได้รับการยกย่องให้เป็น ผู้เล่นเกมรุกที่สมบูรณ์แบบที่สุด เขายังเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในการทำประตูที่เหนือชั้น เขายิงประตูสวยๆได้มากมาย และช่วยทีมของเขาชนะในการแข่งขันมามากมาย ถ้วยแชมป์หลายรายการการันตีได้ถึงความสามารถของเขา เขาคิดค้นท่าพลิกบอลหลบ “ครัฟฟ์ เทิร์น” ที่นักฟุตบอลยุคนี้ได้ทำการลอกเลียนแบบท่าของเขาไปใช้จำนวนมาก

มาร์โก รอยส์

สาวๆต้องชอบ รู้จักกับ รอยส์ เทพบุตรแห่งเสือเหลือง !


ไม่มีใครไม่รู้จัก มาร์โก รอยส์ ดาวยิงของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างแน่นอน ! เขาเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เนื้อหอมและเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดสำหรับทีมยักษ์ใหญ่ในโลกในขณะนี้ มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 26 ปีเป็นส่วนหนึ่งของทีมดอร์ทมุนด์ที่เคยทะลุไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2012/13 และเขาเองก็เคยสัมผัสกับถ้วยแชมป์ DFB โพคาลในซีซั่น 2013/14 และ 2014 / 15 มาแล้วด้วยเช่นกัน เขาเป็นสมาชิกของทีมชาติเยอรมันชุดที่ไปทำศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเมื่อปีก่อน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถช่วยทีมให้ผ่านเข้ารอบไปได้ แต่ไม่มีใครเถียงแน่นอนว่านักเตะเกมรุกที่มากไปด้วยเทคนิคและครบเครื่องสุดๆรายนี้เป็นนักเตะที่ไม่เก่ง เขาเพอร์เฟ็คต์ไปหมดยันกระทั่งหน้า วันนี้เราจะมาตามติดเรื่องราวของปีกแม่ยกเพียบรายนี้กัน

มาร์โก รอยส์ และมิตรภาพระหว่างตัวของเขากับมาริโอ เกิทเซ

มาร์โก รอยส์ มีเพื่อนสนิทในทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มากที่สุดก็คือรายของ มาริโอ เกิทเซ จอมทัพทีมชาติเยอรมันอีกรายหนึ่ง ทั้งสองใช้เวลาร่วมกันหกปีในทีมเยาวชนของดอร์ทมุนด์ ก่อนที่รอยส์ จะย้ายออกจากทีมเพื่อไปเล่นให้กับ รอท เวสส์ อาห์เลน แต่พวกเขาเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาพบกันครั้งแรกในปี 2009 ในนามทีมเยาวชนของสโมสร และหลังจากที่มาร์โก ได้เซ็นสัญญากลับมาร่วมสโมสรในวัยเด็กของเขาอีกครั้งอย่างดอร์ทมุนด์ โดยเขาย้ายจากโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค มันน่าเสียดายที่ว่าตัวของเกิทเซ ดันย้ายออกจากทีมเพื่อไปค้าแข้งกับบาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 แต่นั่นก็ไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นอุปสรรคสำหรับมิตรภาพของพวกเขา เมื่อพวกเขายังอยู่ด้วยกันเสมอในขณะที่เล่นให้ทีมชาติเยอรมัน เมื่อพูดถึงมิตรภาพของพวกเขากับนิตยสาร CQ แล้วนั้น เกิทเซก็เปิดเผยว่าอะไรที่ทำให้มิตรภาพของพวกเขานั้นแนบแน่นมาตลอดทั้งในและนอกสนาม มันก็คือการช่วยแนะนำสิ่งดีๆให้กันในสนาม

“มันมีประโยชน์ แต่ถ้าสำหรับนักฟุตบอลคนอื่นๆมันก็อาจจะไม่จำเป็นจริงๆ ผมกับเขาแลกเปลี่ยนมุมมองกันและพยายามช่วยติวกัน แนะนำเทคนิคให้กับกันและกันเสมอ ถ้าเป็นที่อื่น หลายคนอาจจะมองว่าเป็นคู่แข่งกัน เล่นในตำแหน่งคล้ายกัน ทำไมต้องมาทำแบบนี้ แต่ผมกับเขาสามารถเล่นร่วมกันได้ และเราก็เป็นเพื่อนกัน”

รอยส์ เป็นแฟนเพลงของ จัสติน บีเบอร์

มาริโอ เกิทเซ ในฐานะเพื่อนรักของรอยส์ ยังได้เปิดเผยว่า รอยส์ เป็นแฟนตัวยงของ จัสติน บีเบอร์ นักร้องวัยรุ่นชื่อดัง และตัวของมิดฟิลด์สุดหล่อรายนี้ก็มักจะร้องเพลงหรือฟังเพลงของบีเบอร์เสมอ “เชื่อหรือไม่ว่ารอยส์เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในเสียงร้องของตัวเอง ในขณะที่พวกคุณหลายคนไม่ใช่แฟนตัวยงของดนตรี แต่ตัวของเขา ที่ได้ชื่อว่าเป็นสตาร์ดังของดอร์ทมุนด์ ก็ชอบเล่นดนตรี และร้องเพลงด้วยลูกคอของเขาก่อนลงเล่นเป็นประจำ เขาชอบร้องเพลงในห้องแต่งตัว” แต่รอยส์ก็ได้ยิ้มๆและปฏิเสธคำกล่าวอ้างนั้นในครั้งแรก แต่เขาก็ได้ยอมรับว่า เมื่อสมัยที่เขาพบกับ เกิทเซ เป็นครั้งแรกในปี 2009 ทั้งคู่ต่างก็ฟังเพลงของจัสติน บีเบอร์ ด้วยเช่นกัน และตัวของเกิทเซเองก็แอบชอบฟังเพลงของนักร้องชาวอเมริกันคนนี้ด้วย

โธมัส โรซิคกี้ ตำนานมิดฟิลด์เลือดเช็ก เป็นไอด้อลของรอยส์

เพลย์เมกเกอร์ชาวเยอรมันเป็นแฟนบอลตัวยงของ “พี่แป้ง” โธมัส โรซิคกี้ ตำนานจอมทัพอาร์เซนอล และเขายังเคยเป็นผู้เล่นของสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์มาก่อน เขาอยู่กับดอร์ทมุนด์มาหกฤดูกาลระหว่างปี 2001 ถึง 2006 และแน่นอนว่าโรซิคกี้ก็เป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมดอร์ทมุนด์ชุดแชมป์ลีกปี 2002 ในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในเยอรมนี เขาคือยอดจอมทัพสไตล์เบอร์ 10 สุดคลาสสิก ก่อนที่เขาจะย้ายไปเล่นให้กับอาร์เซนอล และตัวของ รอยส์ ก็เติบโตขึ้นมาโดยดูเกมการเล่นของมิดฟิลด์รายนี้ และพยายามที่จะเลียนแบบตัวของโรซิคกี้เสมอ
ในขณะที่ตัวของ รอยส์ และโรซิคกี้ ไม่เคยเล่นด้วยกันในทีมเดียวกันเลย แต่มาร์โกก็ยังคงชื่นชอบมิดฟิลด์รายนี้มาก

“ไอดอลของผมคือ โธมัส โรซิคกี้ เสมอและเป็นตลอดไป เขาเคยเป็นปรากฏการณ์ เขามีสายตาที่ดีสำหรับการเปิดบอล และรู้ว่าเพื่อนร่วมทีมของเขาอยู่ที่ไหน และเขาก็เร็วมาก โรซิคกี้ มีเทคนิคที่ยอดเยี่ยมและฉลาดเป็นกรดเลย และเขาดูเป็นผู้ใหญ่มากแม้ว่าตอนสมัยที่เขาอยู่กับดอร์ทมุนด์ เขาจะยังอายุน้อยมากๆ ผมก๊อปปี้ทุกอย่างที่เป็นเทคนิคของเขา ผมชอบฝีเท้าของเขามากๆ”

โรซิคกี้ ย้ายออกจากดอร์ทมุนด์ไปเล่นให้กับอาร์เซนอล ในปี 2006 ในขณะที่รอยส์ก็ย้ายออกจากทีมเยาวชนของดอร์ทมุนด์ในปี 2006 เช่นกัน เพื่อเซ็นสัญญากับ ร็อท เวสส์ ก่อนจะกลับมายังทีมในปี 2012

เหตุผลที่มาร์โก รอยส์ ย้ายออกจากเสือเหลืองชุดเล็ก ในปี 2006

รอยส์ ต้องย้ายออกจากดอร์ทมุนด์เมื่อตอนอายุ 16 ปีเพื่อที่เขาจะได้มีเวลาลงเล่นมากขึ้นกับทีมอื่น แต่เชื่อได้ว่าเขาได้รับการบอกจากสต๊าฟโค้ชว่าร่างกายของเขาเล็กและบอบบางเกินไป มันจะทำให้ยากสำหรับเขาที่จะเป็นผู้เล่นระดับท๊อปได้ รอยส์จึงตัดสินใจย้ายออกจากทีม

บาร์เซโลน่ายังไม่หยุดยั้งกับการนำเนย์มาร์หวนคืนถิ่น


บาร์เซโลน่ายังไม่หยุดยั้งกับการนำเนย์มาร์หวนคืนถิ่น

ก็ยังคงมีข่าวคราวออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของเมย์มาที่ยังอยากจะกลับมาค้าแข้งในถิ่นบาร์เซโลน่า แม้ว่าเจ้าตัวจะมีกรณีขึ้นโรงขึ้นศาล กับอดีตต้นสังกัดและจากการที่บาร์เซโลน่าได้ตัวของอองตวน กรีซมันน์ มาร่วมทัพที่เนย์มาร์เพราะยังไม่สามารถเจรจากับไปเปซเรย์ได้นั้น

บรรดากูรูในฝั่งสเปนมองว่าทั้งสองทีมน่าจะยังหาข้อสรุปกับกรณีนี้กันอยู่เพราะนักเตะคนสำคัญเนย์มาร์ก็ยังอยากที่จะย้ายออกเพียงแต่ยังไม่สามารถหาบทสรุปตามข้อตกลงที่ปารีสแซงต์แชร์กแมงนั้นยื่นข้อเสนอเอาไว้ได้แม้ว่าทางบาร์เซโลน่าเองจะพยายามอย่างเต็มที่

อีกทั้งเมสซี่เองก็หวังที่จะให้เนย์มาร์กลับมาค้าแข้งในถิ่นเดิมเพราะความสนิทสนมอย่างเป็นส่วนตัว และดูเหมือนแหล่งข่าววงในจะระบุว่าเมสซี่กดดันสโมสรอยู่พอสมควรกับการที่จะให้ดึงตัวเนย์มาร์กลับคืนถิ่นและไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่กับการที่คว้าตัวกองหน้าจากสโมสรแอตเลติโกมาดริด มาแทนซึ่งปัญหาต่างๆนั้นยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนก็คงจะต้องติดตามกันต่อว่าทั้งสองฝ่ายนั้นจะตกลงกันในช่วงตลาดฤดูหนาวได้หรือไม่หรือจะต้องรอจนจบฤดูกาลนี้ถึงจะมีความชัดเจนอีกครั้ง

 

พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้เดือดแน่นอน


พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้เดือดแน่นอน

พรีเมียร์ลีกอังกฤษสัปดาห์นี้ เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก หลังจากที่หลีกทางให้กับฟุตบอล ในเกมของทีมชาติสัปดาห์นี้พรีเมียร์ลีกมีอะไรน่าสนใจกันบ้า งสิ่งแรกที่ต้องจับตามองเลยคือการรักษาสถิติไร้พ่ายของ 3 ทีมหัวตารางได้แก่อันดับที่ 1 ลิเวอร์พูลอันดับที่ 2 แมนเชสเตอร์ซิตี้และอันดับที่ 3 leicester city

ซึ่งทั้ง 3 ทีมนั้นมีคะแนนไล่เลี่ยกันมากลิเวอร์พูลมี 12 คะแนนเต็มจากการที่ยังไม่แพ้ใคร เรือใบสีฟ้ามี 10 คะแนนจากการชนะ 3 เสมอ 1 และจิ้งจอกสีน้ำเงินมี 8 แต้มกับการชนะ 2 เสมอ 2 แน่นอนว่าทั้ง 3 ทีมยังต้องการ 3 คะแนนเพื่อรักษาอันดับของตัวเอง และคู่แข่งขันของทั้ง 3 ทีมในสุดสัปดาห์นี้ถือว่าน่าสนใจมากในส่วนของลิเวอร์พูลนั้น จะเป็นการเปิดสนามในบ้านตัวเองก็รับการมาเยือนของ newcastle united manchester city จะบุกไปเยือนถิ่นและนอริซ

ที่น่าดูมากที่สุดเป็นเกมการแข่งขันระหว่างเลสเตอร์ซิตี้บุกเยือนถิ่นของผีแดงแมนยู เราคงจะต้องมาลุ้นกันว่าทาง 3 ทีมจะรักษาอันดับของตัวเองได้หรือไม่และจะรักษาสถิติไร้พ่ายได้อีกกี่นัดบ อกได้คำเดียวเลยว่าห้ามพลาดโดยเด็ดขาดเพราะทั้ง 3 ทีมตอนนี้ถือว่าฟอร์มร้อนแรงเป็นอย่างมาก

เซลติกทีมดังจากสก็อตยืมนักเตะจากสโต๊คซิตี้


เซลติกทีมดังจากสก็อตยืมนักเตะจากสโต๊คซิตี้

โมริทซ์ บาวเออร์ แบ็คขวาจาก store city ย้ายเข้าสู่รังของเซลติก ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งก็ถือว่าน่าจะส่งผลดีกับเจ้าตัว เพราะกับการค้าแข้งในถิ่นเดิมนั้น เขาดูจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามสักเท่าไหร่ หากเทียบจาก 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาเ ขาลงสนามไปเพียงแค่ 26 เกมเท่านั้น และเจ้าตัวเองก็กล่าวผ่านสื่อว่า

เขารู้สึกดี ที่จะย้ายไปค้าแข้งในถิ่นสกอตแลนด์ กับสโมสรเซลติก เพราะเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ มีแฟนบอลให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก มีประวัติที่ยาวนาน และที่นั่นน่าจะทำให้ได้โชว์ฟอร์มดีกว่าที่ผ่านมามันเป็นความท้าทายครั้งใหม่ ที่น่าจะเป็นโอกาสที่ดี ที่เขาจะพยายามเค้นศักยภาพของตัวเองและน่า
จะได้รับโอกาสที่ดีกับการมาค้าแข้งในถิ่นนี้

ก็คงต้องติดตามกันต่อว่า นักเตะรายนี้จะสามารถโชว์ผลงานในสกอตแลนด์ได้ดีแค่ไหน และฤดูกาลนี้ก็ถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ ของสโมสรเซลติก เพราะหลังจากการย้ายออกของ เบนเดอร์ รอดเจอร์ ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะยังรักษาการเป็นที่หนึ่งของลีกนี้ได้หรือ ไม่เพราะดูเหมือนสโมสรเรนเจอร์ที่คุมทีมโดยสตีเว่น เจอร์ราร์ด จะทำผลงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมงานนี้คงต้องลุ้นกันอีกยาว

ปืนใหญ่หวังต่อสัญญา 2 นักเตะสำคัญ


ปืนใหญ่หวังต่อสัญญา 2 นักเตะสำคัญ

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ของสโมสรอาร์เซนอล หลังจากการเปิดฤดูกาลใหม่นั้น มีแหล่งข่าววงในระบุว่า
ของนักเตะคนสำคัญของทีมได้ยอมที่จะต่อสัญญา กับต้นสังกัดเดิม หากว่ามีการเปลี่ยนเงื่อนไขให้ใหม่
ซึ่งนักเตะ 2 รายนั้นได้แก่ Emerick Aubameyang และ Alexandre Lacazette

ซึ่งนักเตะทั้ง 2 รายนั้นสัญญาเหลืออีกเพียงไม่เกิน 2 ปี ดังนั้นทางต้นสังกัดจึงหวังที่จะให้พวกเขาต่อสัญญาใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะดึงให้เขาอยู่กับทีม และหากการเปิดตลาดครั้งหน้ ามีการซื้อขายสโมสร ก็จะยัง
ไม่ขาดทุนแต่จากแหล่งข่าว ของตัวแทนนักเตะทั้ง 2 รายนั้น หากจะต้องมีการต่อสัญญาใหม่ก็จะต้อง
เพิ่มเงื่อนไขอื่นให้คุ้มค่ามากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ค่าเหนื่อย หรือ ออฟชั่นเสริมต่างๆเพื่อที่จะ
เป็นแรงจูงใจให้กับนักเตะได้อยู่กับทีม

ทางฝั่งกุนซือของสโมสรเอง ก็ยังหวังที่จะให้นักเตะร่วมงานกันต่อ เพราะทั้งสองคนถือว่ายังคงเป็นกำลังสำคัญแม้ว่าอายุทั้งคู่จะเริ่มมากขึ้นแล้วก็ตาม

เรอัล มาดริด มีลุ้นซื้อตัวพอล ป๊อกบา


เรอัล มาดริด มีลุ้นซื้อตัวพอลป๊อกบา

เรอัลมาดริดยังไม่ละความพยายาม ในการติดต่อกับสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในการซื้อตัวกองกลางพอล ป๊อกบา มาร่วมทัพในฤดูกาลใหม่ ซึ่งแหล่งข่าววงในนั้นระบุว่า จากการที่มีทีมจากลีกจีน ต้องการเสนอทรุดตัวของ แกเร็ธ เบล นั้นจะทำให้สโมสรมีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นก็มีแนวโน้ม

ที่จะยื่นข้อเสนอให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในการขอซื้อตัว ป๊อกบา เพื่อมาร่วมทัพในฤดูกาลใหม่
ซึ่งหากการเจรจากับสโมสรจีน สำเร็จราคาการซื้อขาย แกเร็ธ เบล นั้นจะอยู่ในราวๆ 60 ล้านยูโร
และแน่นอนว่ายังมีรายได้เพิ่มจากการขาย เจมส์ โรดิเกวซ อีกประมาณ 50 ล้านยูโร

หากทั้งสองคนยอมที่จะย้ายออกจากสโมสรจากข้อเสนอที่มียื่นเข้ามาในตอนนี้ จะทำให้ราชันชุดขาวมีเงินถึง 100 ล้านปอนด์ซึ่งมากพอกับการซื้อตั๋วพอล ป๊อกบา

Wilfried Zaha เป้าหมายที่ อาร์เซนอล ต้องการ


Wilfried Zaha เป้าหมายที่ อาร์เซนอล ต้องการ

ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ยังไม่ละความพยายามกับการคว้าตัวดาวดังของทีมชาติไอเวอรี่โคสต์ Wilfried Zaha พี่ตอนนี้ค้าแข้งอยู่กับสโมสร คริสตัลพาเลซ ซึ่งอาร์เซนอลเสนอราคาไว้ที่ 40 ล้านปอนด์แต่ดูเหมือน ทางพี่ชายของนักเตะรายนี้ได้ออกมาปูดข่าวว่าเจ้าตัวเองก็ต้องการย้ายไปค้าแข้งในถิ่นเอมิเรตส์สเตเดี้ยมด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าการเจรจานั้นยังไม่บรรลุข้อตกลงใดๆ ทำให้ทางสโมสรต้นสังกัดเห็นข่าวนี้และไม่พอใจอย่างมากเพราะดูเหมือนจะมีการเจรจาโดยไม่ผ่านสโมสร ซึ่ง คริสตัลพาเลซ นั้นตั้งราคาไว้ค่อนข้างสูงเพราะทางแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ ดสนใจนักเตะรายนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นทางสโมสรจึงต้องการหาราคาที่ดีที่สุดแต่เมื่อมีข่าวรั่วหลุดออกมาแบบนี้ก็ต้องมาดูกันต่อว่าอาร์เซนอลจะได้ตัวนักเตะรายนี้ได้หรือไม่

ซึ่งก็จะคล้ายๆกับกรณีของ ฟานไดจ์ ที่ ลิเวอร์พูล ดอดเจรจาในช่วงแรกโดยไม่ให้ต้นสังกัดทราบ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต กว่าลิเวอร์พูลจะได้กองหลังรายนี้มีก็โดนสื่อเล่นข่าวไปพอสมควร และกับกรณีนี้ก็อาจจะคล้ายๆกันก็ต้องมาดูกันต่อว่า อาร์เซนอล จะเจรจาได้สำเร็จหรือไม่

2 แข้งหลักของทัพเรือใบสีฟ้ายืนยันหนักแน่นไม่ย้ายไปไหนแน่นอน


2 แข้งหลักของทัพเรือใบสีฟ้ายืนยันหนักแน่นไม่ย้ายไปไหนแน่นอน

ท่ามกลางกระแสข่าวลือซื้อขายของบรรดานักเตะดังไม่ว่าจะเป็นในพรีเมียร์ลีกหรือลีกดังในยุโรปที่ตอนนี้กำลังเป็นประเด็นร้อนไม่ว่าจะเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ของหงส์แดง ลิเวอร์พูล หรือแม้แต่ ป๊อกบา แข้งสุดแสบของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่สำหรับ กาเบรียล จีซุส และ เซอร์คิโร่ อเกวโร่ 2 แข้งหลักของแมนเชสเตอร์ซิตี้ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ย้ายไปไหนแน่นอน

ซึ่งทั้งสองนั้นเผยกับแหล่งข่าวว่าเขารู้สึกมีความสุขดีกับการร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และมีความสุขกับการได้เล่นกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆกับสโมสรที่ถือว่าเป็นที่สุดของพรีเมียร์ลีกและนั่นมันทำให้เขาไม่อยากย้ายไปไหนอีกทั้งการอยู่ที่นี่เขาสามารถโชว์ผลงานได้อย่างเต็มที่เป็นกำลังหลักของทีมเป็นที่ยอมรับของแฟนบอลซึ่งมันก็ทำให้เขามีกำลังใจและไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปหาความท้าทายใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้

และกับฤดูกาลที่ผ่านมาเขารู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและในฤดูกาลใหม่ก็ยังมีความท้าทายอีกมากพี่กำลังรอพวกเขาอยู่ไม่ว่าจะเป็นการล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาเป็นของสโมสรให้ได้อีกครั้งและยังรวมถึงความท้าทายในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้พวกเขาหวังจะไปให้ถึงจุดสูงสุดของการแข่งขันในรายการนี้